Sangtakieng.Com
 
Roles and Responsibilities
บทบาท หน้าทีและความรับผิดชอบผู้เกี่ยวข้องที่อับอากาศ
งานเขียน เรียบเรียงและนำเสนอ : รณรงค์ แสงตะเกียง
facebook : รณรงค์ แสงตะเกียง
e-mail : sangtakieng@gmail.com  phone 093 7719222 
 
บริษัท เอเซีย แสงตะเกียง จำกัด (ASSA) : ฝึกอบรม 
อบรม สัมมนา งานที่ปรึกษาจัดทำระบบ-ระเบียบปฏิบัติงาน 
e-mail : sangtakieng@gmail.com  phone 093 7719222 

ความทั่วไป
บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องกับการทำงานในที่อับอากาศ ถูกกำหนดไว้แล้วในกฎหมายระดับกฏกระทรวงฯ และกฎหมายลูกของกฎกระทรวง ซึ่งรวมถึงแนวปฏิบัติของหลายองค์กรตามมาตรฐานสากลด้วย, บนความเป็นจริง ส่วนมากนายจ้างจะมอบหมายให้ระดับผู้บริหาร เป็นผู้ดำเนินการแทน, บทความส่วนนี้ จึงนำกฏหมายและแนวปฏิบัติจากมาตรฐานสากล มาพิจารณาและนำเสนอในแง่มุมที่ปฏิบัติได้จริง-ได้ง่าย หากแต่เน้นที่ความสมดุลระหว่างความง่ายและความปลอดภัยไว้ในการทำงานด้วย 

ผู้เกี่ยวข้องกับงานที่อับอากาศ

  • ผู้อนุญาต Area Owner, Plant Owner
  • หัวหน้ากลุ่มงาน ภาษากฏหมายเรียกว่าผู้ควบคุมงาน Job Leader or Job Supervisor
  • ผู้ช่วยเหลือ Standby Person
  • ผู้ปฏิบัติงาน Workers or Entering Persons
  • ผู้ตัดแยกพลังงานและล็อคเอาท์ระบบ Authorized Isolator (ไม่ได้ระบุไว้โดยตรงในกฎหมาย แต่เกี่ยวข้องกับสาระสำคัญของกฎหมาย)  
notes หัวหน้ากลุ่มงาน ภาษากฏกระทรวงฯ และกฎหมายลูกของกฎกระทรวงที่อับอากาศ เรียกว่าผู้ควบคุมงาน, ณ ที่นี้ไม่ใคร่สะดวกที่จะเรียกดังนั้นและเพื่อให้สอดรับกับศาสตร์ที่ว่าด้วยวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรม จึงเรียกว่าหัวหน้ากลุ่มงานแทน ทั้งนี้ยังคงบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบ ดังจะกล่าวถึงเป็นลำดับถัดไป  
 
ผู้อนุญาต Plant Owner of Area Owner
เป็นที่ปรึกษา งานที่อับอากาศโดยตำแหน่ง มีบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบหลัก สามประการดังนี้ 
  1. เป็นที่ปรึกษา งานที่อับอากาศ
  2. อนุญาตให้ทำงานที่อับอากาศ หากการขออนุญาตทำงานสอดคล้องกับระเบียบปฏิบัติขององค์กร (Confined Spaces-System Procedure) และสอดคล้องกับกฎหมาย ทั้งนี้จะพิจารณาใน 2 ประเด็น ประกอบกันคือ เอกสารต้องครบและได้คุณภาพ  
  3. อนุญาตเลิกจบการทำงาน เมื่องานแล้วเสร็จหรือ-อนุญาตเลิกจบการทำงาน หากงานนั้นมีเหตุผิดปกติและต้องหยุดงานเพื่อรอการแก้ไขความผิดปกติเสียก่อน 
ขยายความเกี่ยวกับการอนุญาตให้ทำงานและอนุญาตให้เลิกงาน
  • การอนุญาตให้ทำงาน : ผู้อนุญาต-ต้องพิจารณาเอกสารขออนุญาตเข้าทำงาน ไม่ให้ขัดกับกฎหมายและระเบียบปฏิบัติขององค์กร บวกกับเรื่องอื่นๆ ซึ่งเป็นสาระสำคัญของใบขออนุญาตเข้าทำงาน ซึ่งต้องพิจารณาเพิ่มเติมโดยละเอียด (1) ต้องระบุการปิดกั้นควบคุมพื้นที่ทำงาน (2) มีมาตรการ-ระบายอากาศ และตรวจวัดบรรยากาศเกี่ยวข้องกับ ออกซิเจน คาร์บอนมอนออกไซด์ ก๊าซไข่เน่าและค่าความเข้มข้นของสารติดไฟ (3) ต้องมีสาระสำคัญเกี่ยวกับขั้นตอนทำงาน การชี้บ่งและระบุอันตรายในทุกขั้นตอน หากขั้นตอนทำงานใด ชี้บ่งพบว่าอาจจะมีอันตราย เอกสารฯ ต้องกำหนด & ระบุมาตรการป้องกันอันตรายนั้น (4) มีมาตรการบันทึกการเข้าออกที่อับกาศของคนทำงาน และ (5) ส่วนท้ายของเอกสารขออนุญาตเข้าทำงาน ต้องมีแผนกู้ภัย ช่วยชีวิตและช่วยเหลือ
  • การอนุญาตปิดจบการทำงาน : มีสองเงื่อนไขคือ (1) งานแล้วเสร็จ กรณีนี้ให้ผู้อนุญาต ตรวจสอบการทำความสะอาดพื้นที่และคืนสภาพพร้อมกลับมาทำงานของที่อับอากาศ, เงื่อนไขที่ (2) ยกเลิก-การทำงานเนื่องจากมีอุปสรรค์เกี่ยวกับความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม จำเป็นต้องหยุดเพื่อทบทวนวิธีทำงานและเปลี่ยนวิธีทำงานเสียใหม่ให้ดีกว่าเดิม 

หัวหน้ากลุ่มงาน Job Leader or Job Supervisor
หัวหน้ากลุ่มงาน (ซึ่งกล่าวข้างต้นแล้ว ว่ากฎหมายไทยเรียกว่าผู้ควบคุมงาน) มีบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบในการกำกับดูแล ให้คำแนะนำวิธีทำงานกับผู้ปฏิบัติงานและผู้คอยช่วยเหลือ, ในงานที่อับอากาศเปรียบเสมือนผู้นำทีม ไปทำงาน ให้แล้วเสร็จตามที่ได้รับมอบหมาย-พฤติกรรมตื่นก่อนนอนทีหลัง เริ่มงานก่อนและเลิกงานทีหลัง, บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของหัวหน้ากลุ่มงานมีดังนี้ 
 
  • หนึ่ง ทำสำรวจที่อับอากาศและเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อนำข้อมูลมาทำใบขออนุญาตเข้าทำงาน : ตัวอย่างข้อมูลภาคสนามที่จำเป็น 
  1. ต้องปิดกั้น ควบคุมพื้นที่อย่างไร
  2. ทางเข้าออกที่อับอากาศเป็นแนวดิ่งหรือแนวนอน
  3. อุปกรณ์ที่ต้องตัดแยกพลังงาน-ล็อคเอาท์ระบบ มีขั้นตอนก่อนหลังอย่างไร ต้องใช้อุปกรณ์ใดบ้าง เช่นกุญแจสี อุปกรณ์ช่วยล็อค ป้ายแท็ก ฯลฯ เป็นต้น
  4. ตำแหน่งทำงานสูงต่ำ กว้างแคบ อุปกรณ์และเครื่องมือที่ต้องใช้สนับสนุนการทำงานในที่อับอากาศ
  5. อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลชนิดพิเศษเฉพาะงาน
  6. การระบายอากาศ
  7. หากเกิดเหตุต้องใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิต ช่วยเหลือชนิดใดบ้าง ที่เหมาะสมกับสภาพที่อับอากาศ  
  • สอง จัดทำเอกสารขออนุญาตทำงานและยื่นเอกสารฯ กับผู้อนุญาต
  1. เอกสารขออนุญาตทำงาน
  2. ใบบันทึกเข้าออกที่อับอากาศ
  3. ใบบันทึกตรวจวัดบรรยากาศ ออกซิเจน คาร์บอนมอนออกไซด์ ก๊าซไข่เน่าและค่าความเข้มข้นก๊าซติดไฟ (LEL-UEL) 
  • สาม กำกับดูแล และให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้ช่วยเหลือร่วมกันปิดกั้น ควบคุมพื้นที่ปฏิบัติงาน
  • สี่ ประสานงานและกำกับดูแล ให้ผู้ตัดแยกพลังงานและล็อคเอาท์ระบบ-ตัดแยกพลังงานและล็อคเอาท์ระบบ
  • ห้า เลือกวิธีระบายอากาศ มอบหมายให้ผู้ช่วยเหลือและทีมทำงานระบายอากาศ
  • หก ประชุมกลุ่มทำงาน-ผู้คอยช่วยเหลือสั้นๆ 5-10 นาที, ให้ลงชื่อเข้าทำงานและเปิดงาน
  • เจ็ด กำกับดูแล ให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้ช่วยเหลือทำงานตามบทบาท หน้าที ความรับผิดชอบและให้ทำงานตามขอบเขตของเอกสารขออนุญาตเข้าทำงาน
  • แปด กำหนดวิธีการสื่อสารและตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์สื่อสาร
  • เก้า กำหนดมาตรการกู้ภัย ช่วยชีวิต ช่วยเหลือและการปฏิบัติตามแผนฯ
  • สิบ ขออนุญาตเลิกงานหลังจากงานแล้วเสร็จ หรือขอยกเลิกระหว่างการทำงาน หากพบภาวะผิดปกติซึ่งมีผลกระทบด้านความปลอดภัยกับคนและสิ่งแวดล้อม       

ผู้ช่วยเหลือ Standby Persons
ภาระงานของผู้ช่วยเหลือ จะเริ่มจากสำรวจเก็บข้อมูลภาคสนามร่วมกับหัวหน้ากลุ่มงาน และมีส่วนร่วมนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้สำหรับทำแผนกู้ภัย ช่วยชีวิต ช่วยเหลือในเอกสารขออนุญาตทำงาน ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ช่วยเหลือสรุปได้ดังนี้  
 
  • หนึ่ง ร่วมสำรวจที่อับอากาศกับหัวหน้ากลุ่มงาน และมีส่วนร่วมทำแผนกู้ภัย ช่วยชีวิต ช่วยเหลือในเอกสารขออนุญาตทำงาน
  • สอง ร่วมปิดกั้นควบคุมพื้นที่ทำงาน
  • สาม ร่วมกำหนดวิธีระบายอากาศ และดำเนินการระบายอากาศ
  • สี่ ร่วมกำหนดแผนตรวจวัดบรรยากาศ และดำเนินการตรวจวัดบรรยากาศก่อนเริ่มทำงาน ระหว่างการทำงานและจดบันทึก
  • ห้า ตรวจสอบและทดสอบความพร้อมของอุปกรณ์สื่อสาร
  • หก ตรวจสอบและทดสอบความพร้อมของอุปกรณ์กู้ภัย ช่วยชีวิต ช่วยเหลือและทบทวนวิธีปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุ
  • เจ็ด กำกับดูแลการเข้าออกที่อับอากาศและจดบันทึก การเข้าออกทุกครั้ง
  • แปด หากเกิดเหตุ-สั่งให้ผู้ปฏิบัติงานออกจากที่อับอากาศ และดำเนินการกู้ภัย ช่วยชีวิต ช่วยเหลือตามแผน
  • เก้า ขณะทำงาน, หากพบความผิดปกติ-สั่งให้ผู้ปฏิบัติงานออกจากที่อับอากาศและสั่งให้หยุดงานชั่วคราว จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ
  • สิบ ขณะทำงาน, หากเกิดเหตุ-ประสานหัวหน้ากลุ่มงานและทีมกู้ภัย ทีมช่วยชีวิต ช่วยเหลือภายในองค์กร (ถ้ามี) 

ผู้ตัดแยกพลังงานและล็อคเอาท์ระบบ Authorized Isolator
ผู้ทำหน้าที่ตัดแยกพลังงานและล็อคเอาท์ระบบ แนะนำให้เป็นช่างไฟฟ้าประจำพื้นที่ มีหน้าที่ตัดแยกทั้งพลังงานไฟฟ้า พลังงานกลและพลังงานอื่นที่อาจทำให้เกิดอันตรายกับคนทำงาน (ตัวอย่างเช่น แหล่งที่เกิดความร้อน thermal, เคมี chemical, ของที่วางสูงจากพื้น gravity or stored energy, พลังงานจากระบบอากาศอัด-คอมเพรสเซอร์ pnuematic, พลังงานจากไฮดรอลิกส์ hydraulic, ความดันจากภาชนะปิด pressure vessels, รังสี radiation ฯลฯ) ต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ การขออนุญาตทำงานและการตัดแยกระบบเป็นพื้นฐาน (lockout tagout and permit to work) ทั้งนี้หน่วยงานต้นสังกัดควรจะทวนสอบถึงความรู้ ความสามารถเสียก่อน, บทบาท หน้าที่และกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบดังนี้
  • เป็นที่ปรึกษาหัวหน้ากลุ่มงาน เกี่ยวกับการกำหนดจุดตัดแยกพลังงานและล็อคเอาท์ ลงในใบบันทึกการตัดแยกระบบ equipment lockout list
  • ตัดแยกพลังงานและทำล็อคเอาท์อุปกรณ์เช่นวาล์ว เบรคเกอร์ไฟฟ้า ยึดตรึงอุปกรณ์ด้านบนที่อาจตกใส่ ฯลฯ และร่วมทดสอบเพื่อยืนยันว่าระบบตาย โดยอุปกรณ์ที่จะตัดแยกให้อ้างอิงตามใบรายการตัดแยกระบบ equipment lockout list
  • หลังจากงานแล้วเสร็จ-ร่วมปลดคืนอุปกรณ์ที่ตัดแยก และร่วมทดสอบเพื่อยืนยันว่าระบบกลับมาทำงานได้ดังเดิม

ผู้ปฏิบัติงาน Worker or Entering Person
ผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศต้องเข้าร่วมการประชุมสั้นๆ ก่อนเปิดงาน เพื่อทำความเข้าใจถึงขอบเขตและขั้นตอนการปฏิบัติงาน
  • ขณะเข้าร่วมประชุมสั้นๆ ก่อนเปิดงาน หากมีข้อสงสัยให้ถามและระหว่างทำงานหากพบความผิดปกติให้แจ้งผู้ช่วยเหลือ
  • ไม่ทำงานลัดขั้นตอน มีพฤติกรรมปลอดภัย
  • ทำงานให้สำเร็จตามเอกสารขออนุญาตทำงาน ตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมายและได้คุณภาพ
  • หากเกิดเหตุที่อาจก่อให้เกิดอันตราย หรือเหตุการผิดปกติให้แจ้งผู้ช่วยเหลือทันที
  • หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ต้องมีความสามารถในการหนีภัย 

กลับหน้าแรก : คลิ๊กตรงนี้
กลับเมนูหลัก ความปลอดภัยการทำงานที่อับอากาศ : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู คุณสมบัติของผู้เกี่ยวข้องกับงานที่อับอากาศ : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู หลักเกณฑ์ วิธีการชี้บ่งที่อับอากาศ : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู การขออนุญาตทำงานและขออนุญาตเลิกงาน : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู การประเมินสภาพงานและมาตรการควบคุมอันตราย : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู การตรวจวัดก๊าซและเทคนิคระบายอากาศ : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลและ SCBA : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู แผนฉุกเฉินและอุปกรณ์ช่วยชีวิต ช่วยเหลือ : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู หลักสูตรที่ฝึกอบรมและสัมมนา คลิ๊กตรงนี้  

  
MENU
 
WEB LINK
 
VISIT
 สถิติวันนี้ 147 คน
 สถิติเมื่อวาน 218 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
4256 คน
26859 คน
1038617 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-14
 
Copyright (c) 2006 by Ronnarong